Sunday, February 2, 2014

Think Cafe

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปชิมเค้กที่ Think Cafe พอดี
ซึ่งแฟนก็ตะงิ๋งๆอยากจะไปก็ได้พาไปซะ

พอไปถึงยอมรับเลยว่าคนเยอะมากครับ คิวยาวมาก
นั่งมองเมนูเค้กอยู่นานเลือกไม่ถูกน่ากินไปหมด
แต่จุดขายของเขาก็คงจะเป็น Teddy Cake จานนี้
ก็เลยจัดมา (ก่อนหน้านี้หม่ำอาหารไปจนจุกกันแล้ว)

บรรยากาศจัดร้านน่ารักครับ ตัวร้านดัดแปลงมาจากตู้คอนเทเนอร์
แต่....แนะนำให้มาช่วงเย็นและควรเป็นวันธรรมดา
เพราะถ้าจะนั่งชมวิวด้านบนนั้น...ร้อน ม๊าก ก ก ก ก ก ก
การสั่งอาหารนั้นเราจะได้บิลพร้อมรหัสบัตรคิวรับขนมครับ
มักจะได้เครื่องดื่มก่อนอาหารแทบทุกคน



จานนี้ตัวผมเองชอบนะ เพราะเป็นคนชอบทานช๊อคโกแลต
เนื้อเค้กด้านในนุ่มพร้อมกับครีมช๊อคโกที่หอมๆด้วย
แต่แฟนดูท่าจะไม่ enjoy กับมันซักเท่าไรเพราะบ่นว่าเลี่ยน _"_




ร้านนี้หากใครอยากไปนั่งแวะชิมผมก็แนะนำครับ
หรือจะนั่งคุยธุรกิจกันก็โอ (ถ้าไม่รำคาญเสียงวัยรุ่นที่เข้าไปนั่งถ่ายรูปกันแชะๆนะ)


ให้ดาว 4/5
ราคาต่อหัว 200-300 ครับ
PS: ผมอัพผ่าน iPad อาจจะมีปันหาเรื่อง font กับภาพที่กำหนด size ไม่ค่อยได้ขออภัยครับ

มีเรื่องราวให้รู้สึกขัดใจอีกแล้วกับแบรนด์ Converse

มีเรื่องราวให้รู้สึกขัดใจอีกแล้วกับแบรนด์ Converse 

ถ้าอยากจะตีตลาดเมืองไทยแต่ระบบจัดการแบบนี้บอกได้เลยว่า !! ตีตลาดกับคนอื่นเขาไม่ได้หรอกครับ
พอดีถูกใจรองเท้าอยู่คู่นึงเป็นหนังสีน้ำตาลของ Converse ซึ่งตอนแรกก็กะแค่ว่าถ้าเจอก็จะซื้อไม่เจอก็ไม่เป็นไร วันนี้ไปเจอที่แผนก Supersport ของ Mega Bangna ก็ตัดสินใจและว่าจะเอาเพราะลดอีก 30% พอจะซื้อพนักงานบอกรุ่นนี้ลดราคาของเลยหมดมีแต่ตัวโชว์แต่ไม่อยากให้พี่เอาไปเพราะขอบมันสีมันคล้ำเพราะเป็นตัวโชว์ อยากให้เราลงไปดูที่ Robinson หรือ Sportworld และ Fit Sport ก่อน และพนักงานยังย้ำอีกด้วยว่า ทุกๆแผนก Converse ของ Supersport ร่วมโปรนี้หมด ไอ้เราก็เอาวะเดินไปดูแต่ละที่สรุปของหมด และก็ ของหมด กลับมาที่เดิมพนักงานบอกให้ไปที่ Central Bangna
พอมาถึงอึ้งกับการตอบของพนักงานมาก
ป้ายราคารองเท้าพิมพ์มาราคา 2100 แต่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาแดงและเขียน 2400 (อื่มมันลดราคา?) เลยถามว่ารุ่นนี้มันลดราคาใช่ไหมครับ ตอบอ่อใช่คะแต่ตัวนี้คนละรุ่น (แถ)
ยืนเจรจาอยู่ซักพักว่า รุ่นนี้มีรุ่นเดียวที่เป็นหนังน้ำตาลแบบเรียบ 
จนพนักงานคนนี้เดินไปเรียกพนักงานอีกคนมาสรุปมันรุ่นเดียวกันจริงๆ แต่คำตอบคือไม่ลดนะคะเพราะว่าคนละรหัสกัน (ห๊ะงง) รุ่นเดียวกันแต่คนละรหัสเลยไม่ได้ลดราคา
ยังไม่ทันโทรเชคที่ Shop ให้ก็บ่นงุ๊งงิ่งกับพนักงานอีกคนว่า
ดูสิพนักงานที่เมกะไม่น่าส่งลูกค้ามานี่เลย
แทนที่จะโทรมาก่อนว่ามีของหรือไม่มี บลาๆ ๆ ๆ ๆ

1. ความรู้สึกวินาทีนั้นคือพวกคุณจะเถียงกันเองไม่ว่าแต่กก็ไม่ควรทำต่อหน้าลูกค้าหรือเปล่า?
2. โปรโมชั่นทุก shop ที่ร่วมรายการราคาควรจะปรับให้เท่ากันหมด? พนักงานตอบใช่คะแต่ต้องรอเซลมาที่แผนกก่อนถึงจะตั้งราคาได้ (ความจริงแล้วจะจัดโปรหรือแคมเปนอะไรแล้วแต่ ระบบควรจะพร้อมไม่ใช่ลงวันที่มาแล้วแต่ไม่ทั่วถึงเพราะลูกค้าจะถูกโยนไปห้างนั้นห้างนี้อยู่ตลอดแต่กลับยังไม่ได้จัดการระบบ)
3. อบรมพนักงานให้รู้จักรุ่นของสินค้าก่อนรับเข้าทำงานจะดีกว่า ลูกค้าถามอะไรก็ไม่รู้ๆอย่างเดียวแม้แต่รุ่นของสินค้ายังมาเถียงลูกค้าว่าคนละรุ่นกัน เอ่อม..หน้าตาเหมือนกันยังกะแกะ
4. การเพิ่มราคาสินค้าไม่ให้น่าเกียจควรจะแก้สินค้าโดยการแปะทับด้วยอักษรพิมพ์คอม
ไม่ใช่ขีดฆ่าราคาเก่าที่มูลค่าน้อยกว่าแล้วเอาปากกา กากๆ มาเขียนราคาใหม่เพิ่อเพิ่มราคาสินค้า

ปล.ปกติไม่ได้ใส่แบรนด์นี้นะครับแต่ดันไปถูกใจทรงและรูปแบบของรุ่นนี้พอดีเลยจะซื้อเฉพาะรุ่นนี้ด้วย

Saturday, January 18, 2014

ข้อคิดดีๆคนมีคู่ควรอ่านครับ

ข้อคิดดีๆคนมีคู่ควรอ่านครับ

January 17, 2014 at 2:03pm
วันนี้ได้ฟังเรื่องในวิทยุจากทางบ้านเห็นว่ามีข้อคิดดีๆเยอะเลยอยากแชร์(จำได้ไม่ละเอียดนัก)
คนเราถ้าเติมเต็มความสุขให้กับตัวเอง
มีอิสระทางใจให้กับตัวเอง ต่อให้อยู่กับใครก็มีความสุข
แต่คนที่ไม่สามารถเติมเต็มให้กับตัวเองได้ด้วยตัวเอง
รอแต่ผู้อื่นมาเติมให้ต่อให้คนเข้ามาเติมมากเท่าไรอยู่กับใครก็ไม่มีความสุข

นี่คือบทสรุปโดยรวมของเรื่องนี้
เนื้อเรื่องมีประมาณว่า
ผู้หญิง(เจ้าของสายโทรศัพท์) แต่งงานอยู่กินกับสามีชาวต่างชาติ(อยู่NY)
อยู่กันมานานหลายปี หลังๆมีทะเลาะกันเรื่องเล็กๆน้อยๆยิบๆย่อยๆแต่.."ทุกวัน"
จนผู้หญิงเริ่มรูัสึกว่าหรือนี้จะเรียกว่าจุดอิ่มตัวของ"ชีวิตคู่"
จึงตัดสินใจนั่งคุยกับสามีอย่างเปิดอก คุยกันยังไง จะกี่ทีก็ยังคงมีเรื่องให้ถกเถียงกันทุกวันเหมือนเคย
สิ่งที่ทั้งสองคนนี้สรุปได้คือยังคงรักกัน รักมาก ไม่มีความอยากที่จะ"เลิกกัน"
แต่จะให้ทำยังไงดีละในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วกลับ"ไม่มีความสุข"
หรือจริงๆแล้วต่อให้ไม่มีสามี และเราอยู่ตัวคนเดียวเราเองก็ไม่สุขเช่นกัน
ประเด็นนี้ทำให้เขาสองคนจูงมือเข้าไปพบจิตแพทย์
ที่บางประเทศให้ความสำคัญเพราะคือจุดบอดของปันหาครอบครัว
ไม่แน่ใจเมืองไทยมีไหมหรือถ้ามีก็จะคิดที่ปรึกษาทางด้านนี้ในด้าน negative ไปซะก่อน
หลังจากเข้าไปปรึกษาแล้วปัจจุบันทั้งคู่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
เพียงแค่เขาสองคน"เติมความสุขให้กับตัวเอง" มีช่องว่างให้แก่กัน
ไม่มองแต่ตัวเองในกระจกและไม่มองสามีดัวยสายตาตัวเอง
แต่ให้กัาวออกมาแล้วมองให้เหมือนเป็นคนนอกมองชีวิตคู่ให้เป็นคนสองคน
ว่าจริงๆแล้วก่อนหน้านี้เราเป็นเราเพราะเรามีวิถีทางเดินของเรา
แต่หลังแต่งงานสามีคือคู่ชีวิตที่เรียกว่าตัวเสริมแต่ไม่ควรเอาเขามาเป็นสิ่งที่เติมเต็ม
ไม่เอาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นที่ตั้ง
"ความเห็นแก่ตัว" จะหายไป
"ความเคารพซึ่งกันและกัน" จะเข้ามาแทน
บางครั้งเราก็มโนไปเองว่ามันทุกข์มันทรมานเพราะเขา
แต่เอ๊ะ!! หรือเพราะเราที่เติมความสุขให้กับตัวเองไม่ได้กันแน่....
ทุกวันนี้เขาทั้งคู่ก็อยู่ช่วงเวลาแห่งการปรับตัว
เพราะความรูัสึกที่มีต่อกันยังรู้สึกรักและผูกพัน
สามีทำกิจกรรมอย่างที่ใจอยากจะทำโดยไม่ต้องฝืน
ไปปั่นจักรยานและตกปลากับเพื่อนๆจากที่เมื่อก่อนรีบโทรหาแต่ภรรยาและกลับมาบ้านกินข้าวเย็นทุกวัน
(มันจำเป็นต้องเป็นแบบนั้นทุกวันในชีวิตคู่หรอ?ผมว่าไม่นะ)
ภรรยาไปทำเล็บทำผมและนั่งเม้ามอยกับเพื่อนสาวอาทิตย์ละสองครั้งหลังเลิกงาน
(ผมว่าเขาก็มีความสุขในสังคมส่วนหนึ่งของเขาแล้ว)
ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครได้ใครเสียอย่างไม่เท่าเทียมแต่มัน win win ทั้งคุ่ต่างหากนะ
ถ้าหากทุกคู่ชีวิตคิดได้แบบนี้
ถ้าหากเมืองไทยเปิดกว้างและให้ความสำคัญกับจิตแพทย์ที่ปรึกษาชีวิตคู่บ้าง
เชื่อว่าปันหาเปลี่ยนแฟนเดือนละหนหรือเลิกกันหลังแต่งคงน้อยลงไปแน่
เพราะทุกวันนี้คนคบกันระยะสั้นเยอะนะเพราะสื่อสารง่ายต่ดต่อกันง่ายตัวเลือกเยอะ
แต่งกันไปไม่ได้ประกันอายุชีวิตคู่เลย
เบื่อกันนิดๆหน่อยๆก็หาคนคุย หาสิ่งเติมเต็มจากคนอื่นไม่ใช่จากตัวเอง
สำหรับผมมันเรียกว่า "ช่องโหว่" ในหัวใจนะ
คนสมัยก่อนรุ่นปู่ย่าผมเห็นต่อให้เขาหมดรักกันเขาก็ยังคบกันคนแก่เฒ่าได้เพราะอะไร...
เพราะเขาทั้งคู่ไม่ได้เปิดช่องโหว่ในใจ ไม่ได้งอนกันและเปิดApp Chat หาคนคุยเล่น
เพราะท้ายที่สุดความผูกพันมันคู่กับระยะเวลา ส่วนความรักนั้นมันคู่กับความรู้สึก
และความรู้สึกคนเราย้ำเลยว่า"ทุกคน"มันขึ้นๆลงๆหมดแหละ
เดี๋ยวแม่งวันนึงก็รู้สึกรักอีกวันก็รู้สึกรำคาน
แต่สุดท้ายก็วนกลับมารู้สึกรักใหม่และอะไรละคือตัวกำหนดเวลาให้คบกันยาวนานได้ในปู่กับย่า
มันก็คือความผูกพันนั้นแหละ..

สุดท้ายขอฝากอะไรไว้หน่อย
ไม่มีใคาเกิดมาเพื่ออยู่คนเดียวบนโลกเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม
ไม่ได้แปลว่ามันจะอยู่คนเดียวไม่ได้... แต่เพราะทุกอย่างถูกกำหนดมาเพื่อคู่กันอยู่แล้วเพื่อช่วยเหลือกันและอยู่ข้างกัน
ตาเรามี2ข้าง
แขนก็มี2
ขายังมี2
แต่ใจมี1เพราะมันเอาไว้แลกความรู้สึกของกันและกัน

เรื่องราวชีวิตสองคนนี้ให้เครดิตกับ 107 MET Fm
ส่วนบทสรุปเขียนเอาเอง_"_ By Nicky

นานๆทีผมจะได้เข้ามาเขียนพอดีติดทำนั่นทำนี่มากมายครับ


Photo by damnboiz with Note3 no filter (Pano mode) at Cha Am Thailand

Wednesday, July 10, 2013

ละครเวที "รอยรักรอยฆาตกรรม"

สวัสดีอีกครั้งครับหลังไม่ได้อัพเดจมานาน

วันนี้ขอพื้นที่หน่อยแล้วกันเนอะ


อยากให้ไปดูกันเยอะๆนะครับละครเวที "รอยรักรอยฆาตกรรม"
น้องโรส อลิสซาเบธ สิทธิเจริญยศ(น้องสาวผมเองคนกลาง) แสดงเป็นนางเอก และเป็นแม่ในอดีตด้วยครับ
เป็นนวนิยายชื่อดังโดยแปลจากผลงานของ อกาธา คริสตี้ 
ราชินีแห่งนวนิยายสืบสวนสอบสวน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก
เจ้าของสถิตินักเขียนนวนิยายที่ขายดีที่สุ­ดของโลกจาก กินเนส บุ๊ค ออฟ เวิร์ล เรคอรดส์

(ขอแทรกรูปครอบครัวหน่อยและกัน :P)

เคยถูกนำมาทำเป็นละครเวทีแล้วแต่ประเทศอื่น
ครั้งนี้ดรีมบ๊อกซ์เลยนำมาทำเป็นรายแรกในประเทศไทยครับ
เรื่องนี้น้องโรสตั้งใจเล่นมากๆเพราะบทเยอะมากออกทุกฉากเลย
เล่นทั้งหมด 8 รอบครับ วันที่ 5-7, 12-14 กรกฎาคม 2556 เอ็มเธียเตอร์
แสดงร่วมกับนักแสดงชื่อดังหลายท่านเลยครับ เด็ดๆทั้งนั้น ถึงพริกถึงขิงเลย
นำแสดงโดย
รัญญา ศิยานนท์ วิทยา วสุไกรไพศาล ศิรพันธ์ วัฒนจินดา อลิสซาเบธ สิทธิเจริญยศ วรวุฒิ นิยมทรัพย์ กรุณพล เทียนสุวรรณ เค็นเน็ธ วัน รฐา โกกิลานนท์ รัชย์อาภาภัค ตันศิริวัลลภ วีรพงษ์ ฟุ้งสันเทียะ
ทั้่งฉากและการเปลี่ยนชุดหลังห้องแสดงรวดเร็วและวุ่นวายมากครับ 555
ตอนนี้เหลืออีก 4 รอบเท่านั้นใครชอบละครเวทีก็ไปดูกันเยอะๆนะครับ ^_^

(คุณแม่และน้า)


(โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบดูละครเวทีนะ มากกว่าละครในทีวี เพราะชอบการแสดงสดสื่อถึงอารมณ์ได้ดีกว่าครับและแต่ละบทมันต้องเป๊ะมาก ไม่มีการคัทแล้วเอามารีใหม่

อยากบอกว่าเรื่องนี้ผู้กำกับได้จัดฉากได้เยี่ยมมากครับย่อเนื้อเรื่องและความสำคัญจนคนดูสามารถเข้าใจได้ง่าย แม้จะต้องอธิืบายตัวละครทุกคนในครึ่งแรกหมดเลยก็ตาม แนวสืบสวนไม่ง่ายนะกับการย่อบทความแล้วให้คนดูเข้าใจ)

กับพี่น้ำ

กับครอบครัวและญาติๆอีกภาพครับ

ตัวอย่างวีดีโอซักหน่อยแล้วกันครับ ^_^ (ถ้าดู 3 อัน Blogger ไม่ติดให้ดูลิ้งค์ Youtube ล่างสุดแทนครับ)
(รอยรักรอยฆาตกรรม)

(แถลงเปิดตัวละครเวที รอยรักรอยฆาตกรรม)

(รอยรักรอยฆาตกรรม อลิสซาเบธ สิทธิเจริญยศ)


^
(โต๊ะข่าวบันเทิง - รอยรักรอยฆาตกรรม)

(ปล. 3 คลิปแรกถ้ากดดูไม่ได้ก็ดูใน youtube ได้ครับ)ตามข้างล่างนี้เลย


รอยรักรอยฆาตกรรม

(แถลงเปิดตัวละครเวที รอยรักรอยฆาตกรรม)

(รอยรักรอยฆาตกรรม อลิสซาเบธ สิทธิเจริญยศ)

Wednesday, September 19, 2012

Toscana Valley KhaoYhai



เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้แวะเข้าไปที่เขาใหญ่ ที่บ้านในToscana Valley
หลายคนสงสัย หรืออาจจะเคยขับผ่านกันบ้างแต่อาจจะไม่ได้มีโอกาศเข้าไปข้างในเนื่องจากเป็น Village ที่ค่อนข้าง Private เฉพาะลูกค้าหรือเจ้าของบ้านในนั้นที่จะเข้าไปข้างในได้





ในนี้จะทำคล้ายๆเมืองๆหนึ่งซึ่งจะมีทุกอย่างข้างใน และหมู่บ้านจะแบ่งเป็นโซนๆโซนข้างหน้าสุดจะเป็นสไตล์คนในเมืองหน่อยคือเน้นเป็นคล้ายๆคอนโดส่วนโซนด้านในจะเป็นโซนบ้านเดี่ยวหลายสไตล์ส่วนราคาก็เริ่มต้นเฉพาะที่ดิน20-25 ลบ.
ยังมีอีกหลายส่วนที่ยังไม่เสร็จนะครับภาพนี้คือภาพด้านหน้าโครงการ
ภาพนี้เป็นโซนแรกที่กล่าวไปข้างต้น (น้องโรสยืนชมวิว-"-)


ส่วนภาพนี้จะเป็นโซนที่ถ่ายจาก ClubHouse 


และนี่คือโซนบ้านด้านในที่มีบริเวณบ้านเป็นของตัวเองและพื้นที่ส่วนตัวบวกกับสระว่ายน้ำส่วนตัวแต่ละหลังครับ
มีวีดีโอคลิปสำหรับคนที่สนใจรายละเอียดรวมๆน่ะครับคลิกด้านล่างหลังจบไดอารี่ได้เลยครับ



ส่วนภาพนี้เป็นภาพที่บ้าน ^^ อยู่ในโครงการเช่นกัน จะแตกต่างจากทุกๆโซนเพราะใช้สไตล์ LogHome ครับ


เป็นไม้นำเข้าทั้งหมด (ภาพนี้จะไม่เหมือนกับสไตล์ในโครงการที่ขายนะครับเป็นบ้านส่วนตัว)


เมื่อยมาทั้งวันแล้วขอนวดซักหน่อยก่อน (เป็นเก้าอี้ตัวใหม่ที่เพิ่งได้มา-"-)


ตื่นเช้ามาก็โซ้ยอาหารเช้ากันก่อนแม่บ้านเตรียมโจ๊กไว้ให้


จากนั้นมานั่งดูทีวีและทดลองแว่น 3D ที่มี 2 ยี่ห้อว่าตัวไหนดีกว่ากันระหว่า Samsung vs Sony (ฟันธงได้ว่า Samsung)


วันที่ต้องขับรถกลับ กทม. ฝนตกหนักมากๆมองไม่เห็นทางเลย


ส่วนใครสนใจรายละเอียดปลีกย่อยก็ damnboiz@gmail.com นะครับ

ช่วงนี้ขับรถไปโน้นมานี่กันตลอดไม่ค่อยได้มีเวลาอัพเลย T^T
http://damnboiz.exteen.com/