Friday, August 22, 2014

Kitchen Potato Gratin without cream

Kitchen 1 ::Potato Gratin without cream::

วันก่อนที่ลงมือเข้าครัวทำอาหารและโพสต์รูปอาหารมื้อที่ทำในครัวมีคน inbox มาถามหลายๆอย่าง
เลยคิดว่าน่าจะง่ายสุดคือการอัพตรงนี้เพื่อให้เข้าใจ

อย่างแรกต้องเกริ่นๆก่อนเลยว่าไม่ได้เป็นคนคลั่งการควบคุมอาหารขนาดนั้น
แต่เนื่องด้วยทุกวันนี้ชาวกรุงทุกคนฝากท้องไว้นอกบ้านกันทั้งนั้น
และคุณไม่อาจรู้ได้เลยว่าร้านอาหารแต่ละร้านมีวิธีการทำอาหารอย่างไร
สิ่งทีสำคัญที่สุดคือเค้าใช้วัตถุดิบอะไรในการประกอบอาหารให้กับเรา
โดยเฉพาะ “ผงชูรส” ที่ขอฟันธงเลยว่า 98% ร้านอาหารใส่มันทั้งนั้น

ทีนี้ถ้าหากมีเวลาว่างผมก็จะเดินส่ายตูดเข้าครัวไปทำอาหารง่ายๆ
เป็นเมนูที่ไม่ได้กินเวลามาก (เป็นคนทำอาหารไม่เก่งซักเท่าไรหรอก)
และทุกครั้งที่ตัวเองลงมือทำอาหารเราจะรู้เองเลยว่าอะไรมากไปอะไรน้อยไปสำหรับร่างกายเรา

เป็นคนที่น้ำหนักค่อนข้างน้อย (ยอมรับ) พยายามหาหมอทุกทางที่จะเพิ่มน้ำหนัก
จนถึงวันๆนึงที่ต้องเข้าทำการผ่าตัด หมอได้ส่งตัวไปแผนกพิเศษเพื่อตรวจเรื่องไทรอยด์
(นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่หมอสันนิฐานว่าสั่งให้กินเท่าไรมันก็ไม่ขึ้นซะทีนะน้ำหนัก)
ผลตรวจออกมาคือ ไม่เป็นครับ อ้าวแล้วเป็นอะไรละเนี่ย!!! 
คำถามสารพัดสิ่งประดังเข้ามาในหัวละ....

1.ไปมาหลาย รพ.
2. หาวิธีรักษามานับไม่ถ้วนรวมทั้งเทรนเนอร์ก็ช่วยแนะนำเมนูต่างๆ
3. ตรวจครั้งสุดท้ายเป็นการตรวจอย่างละเอียดด้วยการตรวจเลือดว่าเราแพ้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า
ผลออกมาว่าร่างกายเผาผลาญไว แม้กระทั่งนอนยังเผาผลาญค่อนข้างมากกว่าคนปกติ

ได้แต่ถอนหายใจยาวๆคงทำอะไรไม่ได้นอกจากวิตามินตามหมอสั่ง
และปรับพฤติกรรมตัวเองในการกินอาหารให้กินให้บ่อยที่สุดเท่านั้น

เมนูแต่ละอย่างที่ทำเองก็ต้องถูกปากด้วยเพื่อให้มีความอยากในการกินอาหารนั่นเอง
เป็นคนชอบกินนมมาก (และผลตรวจเลือดก็คือแพ้นมวัว)
ขยับมาเป็นชีสชอบมาก หมอให้หลีกเลี่ยงแต่สามารถทานได้เนื่องจากเป็นตัวแปรจากนมอีกที
แต่จะมีอาการเล็กน้อยเรื่องไม่ย่อยและท้องอืด แต่ถ้านมนี่ท้องเสียและปวดท้องเลย

เมนูแรกที่ต้องบอกเลยว่ากินประจำจริงๆเพราะอร่อย (แอบชมตัวเอง)
คงเพราะทำง่าย วัตถุดิบหาง่ายและที่สำคัญเป็นตัวที่เพิ่มน้ำหนักได้ค่อนข้างดี
ไม่ค่อยแนะนำเมนูนี้สำหรับคนที่น้ำหนักเยอะนะครับ 



มันก็คือ Potato Gratin without cream นั่นเองครับ
วัตถุดิบไม่ยากเลย

- มันฝรั่ง 5-6 หัว (ปลอกและหั่นบางๆ) ผมหั่นบางได้แค่นี้ 5555
- เบค่อนซัก 4-5 แผ่น (ใครไม่อยากอ้วนเอาน้อยกว่านี้นะ)
- ชีสประมาณ 100-150g. (เป็นคนชอบกินชีสหนาๆ)
- หอมหัวใหญ่หั่นน้อยมากๆเพราะไม่ค่อยชอบกินหอมเท่าไรใส่เพื่อมีกลิ่นเฉยๆ
- กระเทียมแนะนำแบบผงนะครับ ใครชอบกลิ่นแรงก็ใส่แบบสดๆได้
- นมสด 100-150ml.
- เนยนิดหน่อย

แค่นี้เองอิอิน้อยปะ?

วิธีทำง๊ายง่าย

เอามันฝรั่งที่หั่นเป็นเซี่ยวๆนั่นอ่ะต้มกับนมสดพอท่วมประมาณ 10 นาที คนน้อยๆ
แต่ระวัง!!! อย่าให้มันเละนะครับเดี๋ยวแหยะๆ

จากนั้นผัดเบค่อนใส่เนยและหอมหัวใหญ่ให้พอหอมๆ
นำถาดมาปูด้วยฟรอยด์กันติดถาด และทาด้วยเนยให้ทั่วแผ่นฟรอยด์
จากนั่นโรยผงกระเทียมให้ทั่ว และโรยเบค่อนใหัทั่งพื้นถาดครับ

นำมันฝรั่งที่ต้มเมื่อกี๊มาวางให้คลุมเบค่อนทั้งหมดพอดี เติมนมที่เหลือให้ท่วมพอดี
อย่าเทจนล้นนะ จากนั่นโรยกระเทียมผงอีกรอบและโรยชีสคลุมให้ทั่วมันฝรั่งครับ

เปิดเตาอบไว้ 200c นะครับและเริ่มอบได้เลยใช้เวลา 1.ชมก็จะเหลืองๆแห้งๆอย่างที่เห็น
ใครไม่ชอบแห้งๆก็ 50min พอครับ เสร็จอย่างง่ายๆ

เมนูครั้งหน้าจะเป็นเมนูไก่นะครับ Crispy Oven Baked Chicken

หรือง่ายๆเรียกว่า ไก่อบหนังกรอบๆนั่นเองครับ

                            (กดเพื่อกลับไปหน้าเมนูอาหารต่างๆ)

Friday, August 15, 2014

Shame (2011) หนังดีอีกเรื่องที่อยากแนะนำ

เพิ่งจะว่างได้ดูหนังเรื่อง Shame มีการนำมาฉายที่ไทยแต่ตั้งเรทไว้ที่ 20+
ยอมรับเลยว่าเป็นหนังที่ดีมากจริงๆ อย่าไปเล็งเรื่องความโป้มากนักซึ่งจริงๆโป้มากเลยหละ 5555
นักแสดงทุกคนที่ทุ่มทุนทุ่มกายสุดๆเปลื้องผ้าถ่ายกันจะๆทุกฉากเลยจริงๆ 


เนื้อเรื่องหลักๆหลายคนมักมองว่าเกี่ยวกับผู้ชายคนนึงซึ่งติด sex มาก
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายบริการ, ไซท์ไลน์, เข้าบาร์เกย์ หรือแม่แต่ช่ววตัวเองที่ทำงานและที่บ้าน
แต่ถ้ามองให้ลึกถึงสิ่งที่หนังพยายามสื่อแล้วนั้นเค้าพยายามสื่อถึงด้านลึกๆในใจของคนนี้ต่างหาก
การใช้ชีวิตแบบไม่มีข้อผูกมัด มองไม่เห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตร่วม หรือความสัมพันธ์แบบยืดยาวนอกจาก One Night Stand 
เป็นชีวิตที่น่าสงสารมาก เพราะเขาค้นพบตัวเองแค่เพียงด้านเดียวซึ่งอาจเพราะอดีตของตัวเขาเองนั่นแหละ 


ดูจบแล้วมานั่งคิดๆอื่มมันก็คือสังคมปัจจุบันนี่แหละ
ใบสมรสไม่ได้สื่ออะไรนอกจากกระดาษ
 ชีวิตคู่ไม่ได้บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันยืดยาวเหมือนสมัยก่อน
 ติดต่อง่าย รู้จักง่าย สานสัมพันธ์ง่าย และก็จบแบบง่ายๆ


พิมพ์มากไปเดี๋ยวสปอยอีก 555 เอาเป็นว่าถ้ารับได้เรื่องสักแสดงเปลื้องผ้าเห็นทุกอวัยวะ
ก็เป็นอีกเรื่องที่แนะนำให้ดู อาจจะซีเรียสนิดๆเพราะมันค่อนข้างไปทางจิตวิทยาหน่อย


ปกติแล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบหนังชีวิต ดราม่า ซักเท่าไรแต่เรื่องนี้นักแสดงเข้าถึงบทได้ดีจริงๆ
ปล.ที่เอามาฉายเมืองไทยตัดฉากสำคัญๆไปเป็นนาทีเลย น่าเสียดาย


แหนะบางคนพอเห็นบอกว่าเปลื้องผ้าหมดเดินแก้ผ้าโทงๆนี่รีบโหลดดูใหญ่เลย 555
SHAME MOVIE 2011
SHAME MOVIE 2011

ให้คะแนน: 



Tuesday, July 8, 2014

ข่มขืนประหารชีวิต เป็นทางออกที่ดีจริงหรอ?

ข่มขืนประหารชีวิต เป็นทางออกที่ดีจริงหรอ?

ตอนแรกจะไม่เขียนแต่เห็นว่ามีหล
ายฝ่ายออกมาลงชื่อเพื่อให้กฎหมายออกว่า "ข่มขืนประหารชีวิต" ประโยคมันสั้นไปการขยายใจความในการเพิ่มโทษควรจะละเอียดกว่านี้

ว่าด้วยเรื่องโทษประหารสำหรับนักโทษคดีข่มขืนอยากให้มองในเชิงลึกในหลายๆข้อ
ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยแต่การตั้งกฎแบบนี้ควรจะแยกเป็น 2 กรณี
1. กรณีข่มขืน 2. กาณีข่มขืนและฆ่า

เหตุผลส่วนตัวของผมก็คือ จากที่ดูหลายๆประเทศที่ได้เปลี่ยนกฎหมายจากจำคุกเป็นประหารชีวิตนั้นไม่ได้ทำให้ตัวเลขของผู้ถูกข่มขืนได้ลดลงแต่กลับกันจากที่มีตัวเลขผู้ข่มขืนเกือบๆเท่าเดิมแต่มีผู้ที่ "ถูกข่มขืนและฆ่า" เพิ่มมากขึ้น
ทำไมหนะหรอ สมมุติว่ากฎหมายออกมาว่าประหารชีวิตนักโทษคดีข่มขืน นั่นหมายความว่าต่อให้ข่มขืนและไม่ฆ่า หรือข่มขืนและฆ่านั้นมีโทษเช่นเดียวกัน
คิดในแง่ของจิตแพทย์ที่เคยสอบสวนนักโทษคดีพวกนี้มาแล้วนั้นส่วนมาก % ของผู้ที่ตั้งใจจะข่มขืนและไม่ตั้งใจจะฆ่านั้นมีมากกว่าที่จะข่มขืนและฆ่า
แต่หากผู้ถูกข่มขืนไม่เสียชีวิตนั่นหมายความว่าโอกาสของผู้ต้องหาจะโดนจับนั้นสูงกว่า
และหากโทษมีเท่าเทียมกัน เหตุใดจะเป็นการลดการฆ่าและข่มขืน? คิดในแง่มุมของฆาตกรแน่นอนว่าอยากโดนจับ ปล่อยผู้เคราะห์ร้ายออกไปเพื่อให้มีหลักฐานในการจับตัวง่ายกว่านั้นอาจไม่ใช่ข้อที่นักโทษเลือกนัก

เพราะงั้นในความคิดผมนะ (คนอื่นอาจจะคิดแตกต่าง)
1.สำหรับนักโทษข่มขืน ควรให้ใช้ยาฉีดให้หมดสมรภาพ ให้อัณฑะฝ่อเหมืนอเช่นเดียวกับที่เกาหลีมี ไม่สามารถใช้งานได้ ไม่สามารถแข็งตัวได้ และไม่มีความรู้สึก ให้นักโทษอยู่กับสิ่งที่มีแต่ไปทำมิดีมิร้ายผู้อื่นไม่ได้ หากพ้นโทษ (ซึ่งเมืองไทยลดหย่อนผ่อนโทษเป็นว่าเล่น)

2.สำหรับนักโทษที่ข่มขืนและฆ่า แน่นอนว่าการพรากชีวิตผู้อื่นควรได้รับโทษอันสูงสุดเช่นกันซึ่งเป็นกรณีเดียวกับน้องแก้ม (ข่าวข่มขืนและฆ่าบนรถไฟปี 2014) โทษควรเป็นโทษสูงสุดซึ่งกรณีนี้ผมเห็นด้วยกับการประหารชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรืออะไรก็แล้วแต่ กรณีนี้ให้จำคุกลอดชีวิตนั้นอยากให้เป็นโทษที่ควรเอาไว้เป็นทางออกสุดท้ายที่สุด (เพราะเดี๋ยวก็มีลดหย่อนมาอีก)

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือความคิดส่วนตัวนะครับให้มองในมุมที่กว้างขึ้น
นักโทษที่จะข่มขืน ไม่ใช่ทุกคนที่ลงมือฆ่า แต่หากโทษมีค่าเท่ากันจะทำให้โอกาสของผู้ที่ถูกข่มขืนนั้นมีโอกาสรอดชีวิตนั้นแทบจะกลายเป็น 0% จากที่อาจจะมีแค่ไม่กี่เปอร์เซนต์

หลายคนอาจจะบอกว่าการถูกข่มขืนนั้นไม่ต่างอะไรกับการถูกฆ่าทั้งเป็น ใช่ครับแต่การไม่เหลือชีวิตไว้เลยนั้นก็อาจไม่ใช่สิ่งที่คนถูกข่มขืนทุกคนเลือกจะเป็นเช่นกันเพราะงั้นกฎหมายถ้าจะออกจริงๆควรต้องแยกเพื่อรักษาเปอร์เซนต์ของการรอดชีวิตของผู้ที่ถูกข่มขืนด้วย



จริงครับที่ประเทศไทยกฎหมายอ่อนมาก


กฎหมายเมืองไทยอ่อนเกินไป ขั้นต่ำที่สุดในการข่มขืนก็แค่จำคุกซึ่งนั่นไม่เพียงพอ ไม่งั้นเด็กไม่กี่ขวบคงไม่มองว่าเป็นเรื่อง "ช่างมัน" แล้วก็เกิดข่าวแล้วข่าวเล่า เด็ก 10 ขวบบ้างละ เด็ก 13 ขวบบ้างละ อายุแค่นั้นก็ไม่รู้จักเกรงกลัวอะไรกันแล้ว


By:NICKY

Saturday, July 5, 2014

เตร่ๆราม 2 คนเดียว

เกริ่นๆหน่อย
เนื้อหาต่างๆที่เคยเขียนมาสามารถกดเลือกอ่านย้อนหลังได้จากด้านขวานะครับ
จะมีปีให้เลือกก่อนและจะมีหัวข้อให้เลือกตามมา...

พยายามอัพเดจบล๊อคบ่อยๆเพราะชอบกลับมาย้อนอ่านสิ่งที่เคยผ่านมา

วันนี้ช่วงเช้าถนนบางนา-ตราดขาออก กม.9 ในขณะที่กำลังรีบขับรถไป BUIC ก็เบรคกระทันหันอย่างแรง
เราก็เอ๊ะทำไมรถมันติดขนาดนี้วะเนี่ย ตามมาด้วยเสียงเบรคแรงมาก
หลังจากค่อยๆเขยิบไปได้นิดนึงก็เห็นภาพรถขนข้าวสารพลิกตะแคงสดๆซิงๆเลย
ตำรวจขี่มอไซค์มากันเส้นทางเพื่อให้รถคันอื่นเบี่ยงไว้ข้างๆทาง
อันตรายจริงๆมีรถหลายคันที่ขับมาด้วยความเร็วละเหยียบเศษข้าวที่กระจายที่ถนนลื่นล้อปัด
แต่โชคดีที่ไม่มีคันอื่นเป็นอะไรมาก ใช้รถใช้ถนนยังไงต้องมีสติกันตลอดเวลานะครับ


ผ่านมาช่วงบ่ายขับรถกลับมาขาออกบางนา​-ตราด (เช่นเคย)เอาอีกแล้ว...เอี๊ยดดด...ยาวเลย
ก่อนถึงช่วงราม 2 มีรถชนกันเป็นรถทัวร์ 2 คันชนกันเองแล้วไถลไปเสยตูดกับกะบะและรถเก๋ง
ทำให้รถติดกันยาวมากๆ (ยิ่งวันศุกร์อยู่แล้วยิ่งติด) แต่รู้เลยว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดเพราะอะไร
ผมมักเห็นประจำที่พวกรถทัวร์ชอบขับจี้ๆกัน ไม่แปลกที่ถ้าเกิดการเบรคกระทันหันจะเอาไม่อยู่
แล้วเป็นไงก็ซวยกันต่อๆไปข้างหน้าเพราะแรงเบรคกับน้ำหนักรถทำให้ไถลไปชนกับคันอื่นที่ไม่เกี่ยว
(ผมถ่ายไม่ทันพอดีขับอยู่คนเดียว)

ทีนี่ช่วงเย็นเป็นรถแทกซี่จะแหย๋ออกขวา ส่วนเก๋ง (แอคคอร์ด)จะเบี่ยงออกซ๊าย
แต่อิท่าไหนไม่รู้เสยก้นกันจนสปอยเลอร์หลังหลุดแล้วก็ทำให้เบรคกระทันหันคันที่อยู๋ด้านหลังเสยตูดไปอีก
ทีนี้ติดกันยาวจ้า...... ขับรถต้องใจเย็นๆกันหน่อยครับ บางครั้งปล่อยให้เขาไปบ้างสลับกันบ้าง
เสียเวลานิดหน่อยดีกว่าต้องมาเสียเวลารอประกันเมื่อชนกันนะครับ
(ถ่ายไม่ทันอีกเพราะขับกลับบ้านคนเดียว)

ขับรถเข้าไปราม2แค่เพราะอยากกินน้ำเต้าหู้2ถุง แต่รถติดด้านในซอยเกือบ45นาที พอไปถึงพบว่ามีจัดงานของลดราคาเต็มเลย เอาวะไหนๆก็เสียเวลาเข้ามาละลงเดินหน่อยเป็นไร
แต่ด้วยความที่เดินคนเดียวเห็นนั่นเห็นนี่ก็อยากได้ไปหมด T_T(ไม่มีคนเบรคไง)
จนเดินมาถึงร้านติดฟิลม์มือถือ เลยล้วงเอา Note3 มาพิจรณาซักพักอื่มมันควรเปลี่ยนได้ละ คนขายก็เล้าโลมเก๋งเก่งจากราคาโปรหน้าร้านที่เป็นแรงดึงดูให้เข้าไปในร้านคือ เริ่มต้น49฿!!! บร๊ะ กลายเป็นนั่นดีกว่าโน่นดีกว่านี่ดีกว่า ไปลงเอยที่ฟิลม์ถนอมสายตา Blue light cut... ละแล้วฉันก็โดนฟันไปที่ราคา380฿. หวังว่าเอ็งจะถนอมสายตาข้านะ!! focus blue light cut -_-"
เดินกลับบ้านแบบงงๆจะมาซื้อน้ำเต้าหู้2ถุงไหงหิ้วนี่โน่นนั่นกลับมา5-6ถุงซะงั้น T_T
กลายเป็นน้ำเต้าหู้แค่ 2 ถุง, รองเท้า, นาฬิกา, ก๋วยจั๊บน้ำข้นอีก
ทั้งๆทีก่อนหน้านี้ขับรถไปหม่ำสเต็ค Santa Fe มาแล้วนะ



ผมอัพผ่าน iPad ถ้าหากการเว้นบรรทัดทำให้งงหรือภาพใหญ่เล็กไม่เหมาะกับสายตาก็ขออภัยด้วย
มันจัดการจัดลำดับไม่ได้เหมือนในคอมแล้วจะแก้ไขทีหลังครับ

Thursday, July 3, 2014

Toscana La Festa 2014

หลังจากหายไปนาน (นานมากจริงๆ)
เพราะปกติแค่ Facebook กับ Instagram ก็เล่นตลอด _"_
เนื่องจากเสาร์ที่ผ่านมาที่ Toscana ได้จัดงาน Toscana La Festa 2014
ซึ่งเป็น Private Party สำหรับลูกบ้านและแขกของลูกบ้าน งานจัดยิ่งใหญ่มากครับ
และไฮไลท์สำคัญคือเราได้เชิญนางงาม MUT2014 มาเดินแบบในชุดว่ายน้ำสไตล์ Toscana ด้วย
นางงามทั้ง 10 ท่าน ตั้งแต่ MUT2013 และ MUT2014 ทุกคนนี่ไม่ใช่เล่นๆเลยจริงๆ
และขาดไม่ได้คือนักร้องของเราเองโดยน้อง Rose KPN และ น้องเรน (น้องสาวคนกลางและคนเล็ก)
(วีดีโอผมตัดต่อไว้นิดหน่อยด้านล่างครับ)

เนื่องจากงานเริ่มตอนเย็นทำให้ช่วงกลางวันน้องๆเทสไมค์ เซทตารางบนเวทีเสร็จก็ไปพักผ่อนกัน
อากาศแบบนี้ถ้าไม่ได้ลงน้ำนี่ถือว่าพลาด จัดเลยครับ
ทุกภาพผมจะลงไว้เป็นภาพเล็กเพื่อง่ายต่อการ Load หน้า Blog
แต่ถ้าจะดูภาพใหญ่ต้องกดเข้าไปดูเองครับ


เล่นน้ำเห็นบรรยากาศแบบนี้จะบอกว่าลมพัดสบายมากครับเขาใหญ่
แต่เห็นร่มๆลมอ่อนๆแบบนี้ไอแดดนี้ทำเอาดำเชียวนะขอบอก T_T


ไหนๆและก็ขอโปรโมทเลยแล้วกันว่าทาง Toscana จะเปิดโซนโรงแรมให้พักอีกไม่นาน
เนื่องจากโซนพลาซ่าด้านหน้าของโครงการจะมีกำหนดเสร็จปลายปีหน้า(ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน)



มาชมภาพบรรยากาศในงานกันบ้างดีกว่า



สำหรับวันนี้หลายๆท่านจะได้ Test drive พวก sportcar หลายๆรุ่น Lamborghini, Maserati, Aston martin, rolls royce, Brabus  ส่วนท่านไหนสนใจก็ติดต่อฝ่ายขายสั่งจองรถกันได้เลย ถือว่าสะดวกมาก
เพราะในโครงการเราเป็นโครงการส่วนตัวดังนั้นถนนภายในโครงการจะจัดไว้ให้เหยียบได้เต็มที่
เอาความมันส์ไปกันเต็มๆครับ ^_^


ส่วนท่านผู้หญิงทั้งหลายที่ไม่อยากคอยการทดลองขับรถของคุณผู้ชายก็มาใช้บริการ spa ได้ครับ
รับลองว่าบรรยากาศห้องทำให้ลืมที่อื่นไปเลยทีเดียว (ขออัพเดจรูปภายในห้อง spa หน้าถัดไปนะครับ)
ภายในตกแต่งสไตล์ Toscana จริงๆ และการบริการนี่ถ้าไม่ 5 ดาวเราไม่ทำ!
รับความประทับใจก่อนออกจากห้องเลย ^_^

เอาละมาถึงช่วงค่ำกันแล้วได้เวลานักร้องและนางงามของเรามาเดินแบบชุดว่ายน้ำกันละครับ
จริงๆผมถ่ายวีดีโอคนต่อคนไว้แต่มันจะยาวไปเลยตัดแค่สั้นๆของแต่ละคนมา
ถ้าว่างๆอาจจะตัดเพิ่มเป็นรายคนมาอัพลงเล่นๆเก็บไว้ดูเพลินๆ
รักใครชอบใครปลื้มใครก็ส่องกันเอาเลย อิอิ 
(ลงเป็น link video ไว้ครับ)

หลังร้องเพลงเสร็จ N'Rose KPN

หลังร้องเพลงเสร็จ N'Rain




แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าครับ ^_^ รับรองมันส์กับการขับรถวิบาก